- Details
-
Written by Super User
-
Category: เพื่อแผ่นดินเกิด
-
Published: 13 January 2023
-
Hits: 838
SouthernThaiThings ... PhryaTrang,
Yiamyong'sStolenWork ... FromKhumAtesKadeeLibrary
๑)
#ของดีปักใต้ เป็นวารสารของ
#วัดมิชฌิมาวาส ที่ออกมาเพื่อทำนุบำรุงพิพิธภัณฑ์ ฯ มีคณาจารย์และที่ปรึกษาคนสำคัญทำกันเมื่อปี ๒๕๑๑ อาทิ พระราชศีลสังวร คุณเยี่ยมยง อ.มานิตย์ อ.ไสว อ.โกสินทร์ อ.ภิญโญ อ.สวัสดิ์ อ.สุธิวงศ์ ฯลฯ
๒) เล่มนี้เน้นเรื่อง
#พระยาตรังคภูมาภิบาล ซึ่งเป็นงานการค้นคว้าและเรียบเรียงของคุณเยี่ยมยง มีคำอุทิศถึงขุนอาเทศคดีที่ให้ข้อมูลสำคัญประกอบ พร้อมกับลายมือมอบขุนอาเทศฯ กับยังมีลายมือลงนามและหมายเหตุของขุนอาเทศคดีอีกหลายที่
๓) ในความนำมีเรื่องน่าสนใจว่าคุณเยี่ยมยงได้เคยมอบต้นฉบับแก่สมาคมชาวปักษ์ใต้ โดย อ.ไสว สุทธิพิทักษ์ ไปจัดพิมพ์ในวารสารของสมาคม ปี ๒๕๐๙ " ... แต่แล้ว
#มังกรกระดาษตัวหนึ่ง ซึ่งมีความพัวพันอยู่ในคณะผู้จัดทำนั้น ได้ยักยอกฉ้อโกงต้นฉบับไปเสียฉิบ นับว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยกันไม่ได้ ... "
๔) เท่าที่อ่านแต่ผ่าน ๆ ในบางบทที่คุณเยี่ยมยงยกมาประกอบการวิเคราะห์เรียบเรียง
#ประวัติชีวิตของพระยาตรังค์ (ศรีจันทร์) ท่านนี้ โดยท่านเริ่มด้วยการยกสองเจ้าเมืองตรังที่สร้างกรรมสำคัญอันเหี้ยมโหดต่อ
#ชายชู้ของภริยาคนหนึ่ง โดยคนหนึ่งพระยาตรังค์นี้ กับอีกคนนั้น ล้วนไปจากเมืองนคร ก่อนที่จะจบลงด้วยการถึงแก่กาลของพระยาตรังค์ เมื่อ " ... ชู้รักของนางฉิมลักลอบยิงท่านถึงแก่กรรม ... จุดจบของท่านมาสิ้นสุดลงด้วยประการฉะนี้ ... "
๕) เบาะแสสำคัญที่คุณเยี่ยมยงใช้ มาจาก
#จดหมายของขุนอาเทศคดี จากบ้านที่ถนนท่าชี ๑๐๓ ในเมืองนคร วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๐๓ ระบุว่า " ... เรื่องราวพระยาตรังค์นั้น มีประวัติทราบเพียงว่าท่านชื่อ
#ศรีจันทร์ บิดาเป็นชาวพัทลุง มารดาเป็นคนนคร พระยาตรังค์จึงเป็นญาติกับเจ้าพระยานครฝ่ายมารดา พระยาตรังค์มีนิสสัยเจ้าชู้ มีภริยาหลายคน เป็นคนชอบต่อนก กินหมากจัด เฉพาะภริยาที่เป็นแม่เจ้าเรือน มีอยู่ ๒ คน คือ
#คนหนึ่งอยู่บ้านท่าวัง ซึ่งเวลานี้เป็นที่ตั้งปลายรางรถไฟ อยู่ทางใต้
#วัดท่ามอน เวลานี้เปลี่ยนชืื่อเป็นวัดศรีทวี (
วัดศรีทวี จังหวัดนครศรีธรรมราช ) ภริยาอีกคนหนึ่งอยู่บ้านหลัง
#สถานพระสยมภูวนาถ เดี๋ยวนี้เป็นบ้านนายจำรัส ภิญโญ ผู้ช่วยสรรพากรจังหวัด อยู่ตัดกับถนน
#หลังวัดสวนป่าน ใกล้ ๆ บ้านของพี่ ... "
๗) การงานของท่านนั้นทำมาหลายอย่างทั้งในนคร ในกรุง และที่เมืองตรังเมื่อคราวไปเป็นเจ้าเมือง มีงานคำประพันธ์ต่าง ๆ มากมายหลายเรื่องและสำนวน ที่หยิบยกและผมสะดุดตากะใจมากก็เรื่องกลกามและความรัก โดยเฉพาะคือ
#รักแรกกับเจ้าหญิงเกษณี ธิดาของ
#พระเจ้านราสุริยวงศ์แห่งเมืองนครในสมัยพระเจ้าตาก " ... เมื่อวันที่ไปเที่ยว
#เขาวิบูลยสิงขร ได้แก่บนย่านเทือกเขาหลวงหรือบน
#เขาคุมพนม มาด้วยกัน ... " (นี้คือที่ทุกวันนี้เรียกกันว่า
#เขาขุนพนม และผูกเรื่องกันว่าเป็นที่ปลีกวิเวกหลังพ้นรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาอยู่เมืองนครโดยมิได้มีหลักฐานอะไรรองรับ) อันนำมาซึ่งการถูกถอดและจับจำ จนเจ้านราสุริยวงศ์ถึงพิราลัย (๒๓๑๙) แล้วสายเจ้านครได้คืนเมือง ท่านจึงได้รับการปลดปล่อย ครั้นเข้ารัชกาลที่ ๑ เมื่อเจ้าหญิงเกษณีกลับไปอยู่พระนคร ท่านได้ตามฝ่ายเจ้านครเข้าไปทำราชการในกรุงจนสามารถขอเจ้าหญิงเกษณีมาเป็นแม่เจ้าเรือนคนหนึ่งด้วยสายสัมพันธ์อันซับซ้อนของสายสกุลเจ้านครกับราชวงศ์จักรีและตากสิน โดยเมื่อได้กลับมาเป็นพระยาตรังฯ โดยท่านไม่ค่อยอยู่เมืองตรัง เพราะมีบ้านสองเมียอยู่เมืองนครนั้น คุณเยี่ยมยงสรุปว่า
#เจ้าหญิงเกษณีนี้คือแม่เจ้าเรือนที่ทางใต้วัดท่ามอน ( ซึ่งน่าจะหมายถึงบริเวณกลุ่มบ้านเรือนตรงหัวสะพานยาวที่เป็นย่านคัดและขายมังคุดคัด ไปจนถึงบริเวณร้านหมูสะเต๊ะโกหนู เยื้องกับ
วัดศรีทวี จังหวัดนครศรีธรรมราช ทุกวันนี้ - บัญชา )
๘) มีบทวิเคราะห์หนึ่งที่น่าสนใจของคุณเยี่ยมยง ว่าพระยาตรังคฯ ผู้นี้ นิยมเขียนบทอัศจรรย์ในห้องหอออกมาลือเรื่อง เป็นที่เคืองขุ่นของบางพระญาติวงศาทั้งฝ่ายในวังและสายเจ้าตาก โดยเฉพาะ
#เจ้าพระยานครน้อย ที่เรืองอำนาจมาก แต่เหตุหลักของการหายไปจากแวดวงกวีสมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงขนาดที่เมื่อทรงประชุมนักกวีสร้างงานสำคัญที่วัดโพธิ์ จึงมิปรากฏมีงานของพระยาตรังผู้นี้ เช่นเกียวกับที่ไม่มีของสุนทรภู่ด้วยนั้น ท่านว่าเพราะออกมาอยู่ที่เมืองตรัง (แต่ไม่ค่อยอยู่ตรัง เพราะมาอยู่กับสองเมียที่เมืองนคร)
๙) ส่วนการจบของประวัติพระยาตรังค ฯ คุณเยี่ยมยงจบลงด้วยเรื่องที่ท่านไปมีอีกเมียไว้ที่เมืองตรัง แล้วไม่ค่อยไปตรัง เมียจึงมีชู้ แล้วท่านให้เฆี่ยนชายชู้จนถึงตายคาหวาย ชำระความกันที่กรุงเทพ " ... ซึ่งในครั้งนั้น สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพทรงเป็นหลักใหญ่ที่พึ่งอยู่ ปรากฏว่าคณะลูกขุนทำการปฤกษาลงความเห็นกันว่าท่านเฆี่ยนชายชู้ตายไม่มีความผิด เพราะเป็นการป้องกันเกียรติยศและชื่อเสียง เลยให้ท่านรับราชการอยู่เสียที่กรุงเทพฯ ... แล้ว ... ให้พระอุไทยธานี (ม่วง) ลูกชายคนหนึ่งของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ไปเป็นเจ้าเมืองตรังค์แทนและแล้วท่านผู้นี้ซึ่งเป็นลูกเขยของพระยาตรังคภูมาภิบาล (ศรีจันทร์) เมียน้อยคนหนึ่งมีชู้อีกแล้วพากันหนีไป อยู่ในราว ๒ ปี จึงเอาตัวมาได้ ชายชู้ให้ปิ้งไฟเสียทั้งเป็น หญิงกับลูกและที่อยู่ในท้องอีกคนหนึ่ง ฝังเสียทั้งเป็นเอาช้างเหยียบ ... " งานหลังนี้ " ... ผู้เถ้ามีแก่ของเมืองษ์รังในครั้งนั้นเล่ากันว่าเกิดแผ่นดินไหวในเมืองษ์รังด้วย นับว่าเป็นเรื่องหฤโหดกระหายเลือดของคนที่สรวมใจสัตว์เดรัจฉานของเจ้าบ้านผ่านเมืองเรื่องหนึ่งของเมืองษ์รังในรัชกาลที่ ๓ ยากจักหาเรื่องหนึ่งเรื่องใดมาเปรียบเทียบให้เห็นความเป็นคนแต่หัวใจสัตว์ในครั้งนั้นได้ ... " โดยกรณีพระอุไทยธานีนี้ " ... ถูกพ้นจากตำแหน่งและถูกถอดออกจากบรรดาศักดิ์ด้วย ... "
๑๐) เมื่อท่านกลับมาอยู่เมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ได้เมียสาวอีกคนหนึ่งที่ #บ้านนาทราย ชื่อ ฉิม ท่านไปอยู่กับนางฉิมที่บ้านเมีย นางฉิมมีชู้อีก แล้วกรรมก็มาสนองท่านเป็นกำกงกำเกวียน ชู้รักของนางฉิมลักลอบยิงท่านถึงแก่กรรม ทางการบ้านเมืองจึงจับเอาตัวนางฉิมมากักขังไว้เป็นเวลานาน ส่วนชายชู้เอาตัวไม่ได้ จุดจบของท่านมาสิ้นสุดลงด้วยประการฉะนี้แล.
๑๑ มกรา ๖๖ ๐๘๔๐ น.
บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร